เริ่มจากคำถามเดียว: เรื่องนี้ควรฟ้องหรือไม่
คนส่วนใหญ่มาหาทนายพร้อมคำถามว่า “ฟ้องได้ไหม” แต่คำถามที่สำคัญกว่าคือ “ฟ้องแล้วคุ้มหรือไม่” เพราะการฟ้องคดีมีต้นทุนทั้งเวลา ค่าใช้จ่าย และพลังงาน
เราจึงประเมินสามเรื่องนี้ให้ก่อนเสมอ
- มีสิทธิตามกฎหมายจริงหรือไม่ และพยานหลักฐานที่มีพิสูจน์ได้แค่ไหน
- ถ้าชนะแล้วจะได้อะไรจริง — อีกฝ่ายมีทรัพย์ให้บังคับคดีหรือไม่
- มีทางอื่นที่เร็วกว่าและถูกกว่าหรือไม่ — เช่น การเจรจาหรือไกล่เกลี่ย
ถ้าเราเห็นว่าโอกาสน้อยหรือไม่คุ้ม เราจะบอกตรง ๆ ตั้งแต่วันแรก
ขอบเขตงานที่เรารับ
คดีแพ่ง
- กู้ยืมเงิน ค้ำประกัน จำนอง จำนำ
- ผิดสัญญาทุกประเภท และเรียกค่าเสียหาย
- ละเมิด อุบัติเหตุจราจร และเรียกค่าสินไหมทดแทน
- คดีเช็คและตั๋วเงิน
- คดีผู้บริโภคและข้อพิพาทกับผู้ประกอบธุรกิจ
คดีอาญา
- ว่าความให้ผู้เสียหายและโจทก์ร่วม
- แก้ต่างให้จำเลยในทุกชั้นศาล
- ให้คำปรึกษาและร่วมฟังการสอบสวนในชั้นพนักงานสอบสวน
- ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวและจัดหาหลักประกัน
- อุทธรณ์และฎีกา
ควรทำอะไรทันทีเมื่อได้รับหมายศาล
การได้รับหมายศาลมีกำหนดเวลาที่เดินทันทีตั้งแต่วันที่ได้รับ และการปล่อยให้พ้นกำหนดยื่นคำให้การอาจทำให้ถูกพิจารณาคดีไปฝ่ายเดียว
- ดูวันที่ได้รับหมายและวันนัดในหมายให้ชัด — อย่านับจากวันที่ในเอกสาร แต่นับจากวันที่ได้รับ
- เก็บซองและหมายไว้ทั้งหมด — รวมถึงกรณีที่มีคนรับแทน
- ติดต่อทนายทันที อย่ารอใกล้วันนัด เพราะการเตรียมคำให้การต้องใช้เวลารวบรวมเอกสาร
- อย่าติดต่อคู่ความเองเพื่อเจรจา ก่อนปรึกษาทนาย เพราะถ้อยคำที่พูดไปอาจถูกใช้เป็นพยานหลักฐาน
เตรียมตัวอย่างไรก่อนมาปรึกษา
สิ่งที่ช่วยให้การปรึกษามีประโยชน์ที่สุดคือ ลำดับเหตุการณ์ตามวันเวลา เขียนสั้น ๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อไหร่ ใครเกี่ยวข้องบ้าง แล้วนำเอกสารเท่าที่มีมาด้วย เช่น สัญญา ใบเสร็จ สลิปโอนเงิน บทสนทนา ใบแจ้งความ หรือหมายศาล
ไม่ต้องรอให้เอกสารครบ เพราะบางอย่างต้องขอคัดจากหน่วยงานราชการซึ่งเราแนะนำวิธีให้ได้
โทรปรึกษาเบื้องต้นได้ที่ 064-223-6292 ทุกวัน 08:30 - 20:00 น. หรือส่งเรื่องผ่าน หน้าติดต่อ ให้ทีมงานติดต่อกลับ