บังคับคดีและสืบทรัพย์

ทนายบังคับคดี สืบทรัพย์ลูกหนี้ ยึดทรัพย์และอายัดเงินเดือน

ชนะคดีไม่เท่ากับได้เงิน คำพิพากษาที่ไม่ถูกบังคับคดีภายในกำหนดจะกลายเป็นกระดาษเปล่า งานสืบทรัพย์คือขั้นที่ตัดสินว่าคุณจะได้เงินคืนจริงหรือไม่

  • บังคับคดี
  • สืบทรัพย์
  • อายัดเงินเดือน
  • ขายทอดตลาด

ชนะคดีเป็นแค่ครึ่งทาง

หลายคนเข้าใจว่าเมื่อศาลพิพากษาให้ชนะแล้ว เงินจะตามมาเอง ความจริงคือ คำพิพากษาเป็นเพียงใบอนุญาตให้ไปตามทรัพย์ ถ้าไม่มีใครไปตาม ก็ไม่มีเงินเข้ามา

และมีเส้นตายที่คนมักไม่รู้ คือ ต้องร้องขอให้บังคับคดีภายใน 10 ปีนับแต่วันมีคำพิพากษา เกินจากนั้นคำพิพากษาที่ต่อสู้มาหลายปีจะใช้บังคับไม่ได้อีกเลย

บริการที่เราดูแล

  • สืบทรัพย์ลูกหนี้ — ตรวจสอบที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง ยานพาหนะ บัญชีเงินฝาก เงินเดือน และหุ้นในบริษัท
  • ตั้งเรื่องบังคับคดีและนำยึดทรัพย์ — ประสานงานกับเจ้าพนักงานบังคับคดีตลอดกระบวนการ
  • อายัดสิทธิเรียกร้อง — เงินเดือน เงินในบัญชี ค่าเช่า หรือเงินที่บุคคลอื่นต้องจ่ายให้ลูกหนี้
  • ขายทอดตลาด — ดูแลตั้งแต่การประเมินราคาจนถึงการรับเงินจากกองบังคับคดี
  • ฟ้องเพิกถอนการฉ้อฉล — กรณีลูกหนี้โอนทรัพย์หนีเจ้าหนี้
  • เจรจาประนีประนอมและทำสัญญาผ่อนชำระ — ในรูปแบบที่บังคับได้จริงหากผิดนัด
  • ทวงถามหนี้ตามกฎหมาย — โดยไม่ทำให้เจ้าหนี้เสี่ยงถูกดำเนินคดีเสียเอง

ลำดับงานในชั้นบังคับคดี

  1. ขอออกหมายบังคับคดี — หลังคดีถึงที่สุดและลูกหนี้ไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา
  2. สืบทรัพย์ — ค้นหาว่ามีทรัพย์อะไรบ้างที่บังคับได้จริง ขั้นนี้ชี้ขาดผลลัพธ์ทั้งหมด
  3. ตั้งเรื่องยึดหรืออายัด — วางเงินค่าใช้จ่ายและนำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดทรัพย์
  4. ประกาศขายทอดตลาด — ทรัพย์อาจต้องประกาศขายหลายครั้งกว่าจะขายได้
  5. รับเงินและเฉลี่ยทรัพย์ — หากมีเจ้าหนี้หลายรายต้องยื่นขอเฉลี่ยทรัพย์ภายในกำหนดเวลา

เรื่องที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจบังคับคดี

การบังคับคดีมีต้นทุน ทั้งค่าใช้จ่ายในการนำยึด ค่าประกาศ และค่าใช้จ่ายอื่นที่เจ้าหนี้ต้องออกไปก่อน หากทรัพย์ที่ยึดมีภาระจำนองเต็มมูลค่าอยู่แล้ว เงินที่ได้จากการขายทอดตลาดอาจไม่เหลือถึงเจ้าหนี้สามัญ

เราจึงประเมินให้ก่อนเสมอว่ามีทรัพย์อะไร ติดภาระอะไรอยู่ และคาดว่าจะได้คืนเท่าไหร่ เพื่อให้คุณตัดสินใจได้ว่าควรเดินหน้าต่อ หรือควรเปลี่ยนไปใช้วิธีเจรจาผ่อนชำระซึ่งบางกรณีได้เงินคืนเร็วกว่าและถูกกว่า

ข้อควรระวังสำหรับเจ้าหนี้

การทวงหนี้ด้วยวิธีที่ผิดกฎหมายทำให้สถานะพลิกกลับได้ทันที สิ่งที่ ห้ามทำ ได้แก่

  • โพสต์ประจานลูกหนี้ในโซเชียลมีเดีย หรือบอกความเป็นหนี้กับคนที่ไม่เกี่ยวข้อง
  • ข่มขู่ ใช้ถ้อยคำหยาบคาย หรือใช้ความรุนแรง
  • ไปทวงที่ทำงานของลูกหนี้ในลักษณะที่ทำให้เสียชื่อเสียง
  • เข้าไปยึดทรัพย์ด้วยตนเองโดยไม่ผ่านเจ้าพนักงานบังคับคดี

การยึดทรัพย์ต้องทำผ่านกระบวนการของกฎหมายเท่านั้น หากลงมือเองอาจเข้าข่ายความผิดอาญาและถูกลูกหนี้ฟ้องกลับ

ปรึกษาแนวทางที่เหมาะกับคดีของคุณได้ที่ 064-223-6292 ทุกวัน 08:30 - 20:00 น.

FAQ

คำถามที่พบบ่อยเรื่องบังคับคดีและสืบทรัพย์

ชนะคดีแล้วต้องบังคับคดีภายในกี่ปี?

เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาต้องร้องขอให้บังคับคดีภายใน 10 ปีนับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง หากปล่อยให้พ้นกำหนดนี้จะบังคับคดีไม่ได้อีก และคำพิพากษาที่ชนะมาจะไม่มีประโยชน์ในทางปฏิบัติ

อายัดเงินเดือนลูกหนี้ได้ทั้งหมดหรือไม่?

ไม่ได้ กฎหมายคุ้มครองเงินเดือนส่วนหนึ่งไว้ให้ลูกหนี้ใช้ดำรงชีพ โดยเงินเดือนของลูกจ้างเอกชนส่วนที่ไม่เกินเดือนละสองหมื่นบาทโดยหลักไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี จึงอายัดได้เฉพาะส่วนที่เกิน ส่วนเงินเดือนของข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐโดยหลักอายัดไม่ได้ ทั้งนี้มีรายละเอียดและข้อยกเว้นที่ต้องดูเป็นรายกรณี

สืบทรัพย์คืออะไร ทำอะไรได้บ้าง?

คือการตรวจสอบว่าลูกหนี้มีทรัพย์สินอะไรที่ยึดหรืออายัดได้บ้าง เช่น ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง รถยนต์ บัญชีเงินฝาก เงินเดือน หุ้นในบริษัท หรือสิทธิเรียกร้องที่ลูกหนี้มีต่อบุคคลอื่น การสืบทรัพย์ต้องทำผ่านช่องทางที่ชอบด้วยกฎหมาย โดยอาศัยหมายศาลหรืออำนาจของเจ้าพนักงานบังคับคดี

ลูกหนี้โอนทรัพย์หนีไปแล้ว ทำอะไรได้บ้าง?

หากลูกหนี้โอนทรัพย์ไปโดยรู้ว่าจะทำให้เจ้าหนี้เสียเปรียบ เจ้าหนี้มีสิทธิฟ้องขอให้ศาลเพิกถอนนิติกรรมการโอนนั้นได้ เรียกว่าการเพิกถอนการฉ้อฉล ซึ่งมีกำหนดเวลาในการใช้สิทธิ จึงควรรีบดำเนินการทันทีที่ทราบ

ทวงหนี้อย่างไรไม่ให้ผิดกฎหมาย?

พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ห้ามการทวงหนี้ในลักษณะข่มขู่ ใช้ความรุนแรง ใช้ถ้อยคำดูหมิ่น หรือเปิดเผยความเป็นหนี้ต่อบุคคลอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง การโพสต์ประจานลูกหนี้ในโซเชียลมีเดียหรือทวงกับที่ทำงานของลูกหนี้ อาจทำให้เจ้าหนี้กลายเป็นผู้ถูกดำเนินคดีเสียเอง

ถ้าลูกหนี้ไม่มีทรัพย์เลย ควรทำอย่างไร?

ควรประเมินก่อนว่าคุ้มที่จะลงทุนบังคับคดีต่อหรือไม่ ในบางกรณีทางเลือกที่ดีกว่าคือเจรจาผ่อนชำระโดยทำเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความที่บังคับได้ เราจะบอกตรง ๆ ถ้าเห็นว่าโอกาสได้เงินคืนต่ำ เพื่อให้คุณไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มโดยไม่จำเป็น

หมายเหตุ: เนื้อหาในหน้านี้เป็นข้อมูลทางกฎหมายทั่วไปเพื่อการศึกษา มิใช่คำปรึกษาสำหรับกรณีของท่านโดยเฉพาะ ข้อเท็จจริงที่ต่างกันอาจทำให้ผลทางกฎหมายต่างกัน และกฎหมายอาจมีการแก้ไขเพิ่มเติมภายหลัง ก่อนดำเนินการใด ๆ โปรดปรึกษาทนายความ ดูเพิ่มเติมที่ เงื่อนไขการใช้บริการ

โทรปรึกษา แชท LINE